เชื้อดื้อยา หรือ เชื้อแบคทีเรียดื้อยา คืออะไร

เชื้อดื้อยา หรือ เชื้อแบคทีเรียดื้อยา คือ เชื้อแบคทีเรียที่ทนต่อยาปฏิชีวนะ เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้เชื้อแบคทีเรียมีการปรับตัวและพัฒนาตัวเองขึ้นให้ทนต่อยาปฏิชีวนะ เรียกว่า "เชื้อดื้อยา"

 ปัญหา "เชื้อดื้อยา" ส่งผลอย่างไร?หลายคนอาจคิดว่าเรื่องเชื้อดื้อยาเป็นเรื่องไกลตัว ไม่เป็นอันตราย หรือหากเราติดเชื้อดื้อยาจริง แต่ก็เป็นแค่เรื่องของเราคนเดียว ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะเชื้อดื้อยาสามารถส่งต่อไปสู่คนอื่น หรือหากเราดูแลตัวเองอย่างดี แต่เชื้อดื้อยาก็สามารถถูกส่งต่อจากคนอื่นมาสู่ตัวเราได้และเชื้อดื้อยาสามารถทำให้เสียชีวิตได้

เมื่อเกิดเชื้อดื้อต่อยา ทำให้คนที่ติดเชื้อดื้อยาต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น ซึ่งจะมีความยุ่งยากมากขึ้น เช่น ต้องนอนฉีดยาที่โรงพยาบาลแทนที่จะรับประทานยาอยู่ที่บ้านได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยาและการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น หรือกรณีรุนแรงที่สุดอาจไม่มียาปฏิชีวนะใดรักษาได้ ทำให้คนที่ติดเชื้อดื้อยานั้นเสียชีวิตลงประเทศไทยมีคนติดเชื้อดื้อยากว่า 80,000 คนต่อปี  และในทุก 15 นาทีมีคนไทย 1 คนเสียชีวิตเพราะเชื้อดื้อยา

ปัญหาเชื้อดื้อยา

จากการใช้ยาในคนและภาคเกษตรกรรมเชื้อดื้อยา มีอยู่ในทุกที่ที่มีการใช้ยา แบ่งง่ายๆ เป็นสองส่วน คือ การใช้ยาในมนุษย์และในภาคเกษตรกรรม มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะได้รับยาปฏิชีวนะเมื่อไปรับการรักษาพยาบาลด้วยโรคต่างๆ ซึ่งอาจจะมากเกินจำเป็นในหลายๆ ครั้ง หรือแม้แต่การหาซื้อยามารับประทานเอง และการขอให้แพทย์จ่ายยาปฏิชีวนะให้ทั้งที่ไม่ใช่โรคที่รักษาได้ด้วยยากลุ่มนี้ ทำให้มีการใช้ยาเกินจำเป็นอย่างมาก

ส่วนในภาคเกษตรนั้น เกษตรกรมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการปลูกพืชเพื่อรักษาโรคพืช พืชที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการปลูก เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะนาว ยาปฏิชีวนะที่ใช้ ได้แก่ เตตราไซคลิน เพนนิซิลลิน และ แอมพิซิลลิน ส่วนในการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรมีการใช้ยาปฏิชีวนะผสมลงไปในอาหารสัตว์ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตหรือป้องกันโรค เช่น ไก่ กุ้ง หมู วัว  ยาปฏิชีวนะที่ใช้ ได้แก่ โคลิสติน อะม็อกซี่ซิลลิน ทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในตัวสัตว์พัฒนาจนดื้อยาที่เราใช้สำหรับรักษาโรคในคนได้ นอกจากนั้นยาปฏิชีวนะยังตกค้างในพืชและเนื้อสัตว์ เมื่อคนรับประทานพืชและเนื้อสัตว์ ก็จะรับประทานยาปฏิชีวนะไปด้วย ทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในคนคนนั้นขึ้นได้

รวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะทำเกษตรกรรม ยังก่อให้เกิดการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้เกิดเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีการใช้ยาปฏิชีวนะในมนุษย์และในภาคเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง

ตำรับยาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยา

ในประเทศไทยมียาปฏิชีวนะหลายรูปแบบ ซึ่งมีจำนวนทะเบียนยากว่า 40 ตำรับ ประมาณ 100 ทะเบียน/ยี่ห้อ ที่เป็นสูตรยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม อันจะส่งผลต่อการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่ถูกต้องและไม่สมเหตุผล ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้และก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาได้ เช่น

- ยาอมที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ นีโอมัยซิน  บาซิทราซิน คลอเตตร้าซัยคลิน ยาปฏิชีวนะเหล่านี้ไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในบริเวณลำคอได้ แต่จะไปออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบที่อยู่ในลำไส้ใหญ่แทน ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น ขนาดยาที่อยู่ในยาอมเพียงเล็กน้อยจะส่งผลให้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ดื้อยาได้

- ยาปฏิชีวนะในรูปแบบผงโรยสิว เช่น ซัลฟานิลาไมด์ ในรูปแบบยาทาภายนอก เช่น ซัลฟาไดอะซิน รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ขนาดของยาที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาได้

- รูปแบบยารับประทานแก้ท้องเสีย ที่เป็นยาปฏิชีวนะสูตรผสม เช่น ไดไอโอโดไฮดรอกซีควิโนลีน  ฟูราโซลิโดน  คาโอลิน เพคติน มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการท้องเสียไม่เพียงพอและอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ด้วย

Visitors: 1,869